[EFT]สวัสดีครับคุณพ่อ

posted on 02 Apr 2014 17:22 by babyyear12  in Commu
 
 
 
 
 
ฟิคนี้เขียนเพราะเน็ตดับ+อยากเขียน ค่อนข้างยาวและไม่มีสาระ(?) อ่านไม่อ่านไม่เป็นไรนะคะ ไม่มีภาพประกอบ อิอิกำแบแบะๆ
 
 
ก่อนอื่นต้องบอกว่าฟิคนี้เป็นการย้อนอดีตของโยฮันซึ่งเป็นช่วงแรกๆที่โยฮันเป็นนักสำรวจ ตอนนั้นอายุโยฮันจะประมาณ19-20นะคะ
 
 
ถ้าพร้อมแล้วลุยเบย
 
 

                หลังจากวันคืนอันแสนโหดร้ายที่ปัสทินจาจบลง ผมจึงได้มีโอกาสนอนในโรงพยาบาลเดียวกันกับคุณพ่อของผมเพื่อพักผ่อนหลังจากผ่านสมรภูมินั้นมา และนั่นเองก็ทำให้ผมได้ข้อมูลของคุณพ่อมากขึ้น

 

                ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่าผมนั้นกำลังตามหาข้อมูลของคุณพ่ออยู่ คุณพ่อของผมเป็นนักสำรวจเหมือนกับผม แต่ท่านก็หายตัวไปหลังจากที่ผมอายุได้12ปี และไม่ได้ติดต่อผมกับคุณแม่มาอีกเลย หัวหน้าของผม หรืออีกชื่อคือคุณลุงฟรานซิส ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรผมมาเลยว่าคุณพ่อผมหายไปไหน ผมได้คำตอบเพียงแค่ว่า…

                “เป็นนักสำรวจที่ดีให้ได้ก่อนฉันถึงจะบอก”

                ผมรู้ว่าคุณลุงฟรานซิสรู้เรื่องคุณพ่อของผม แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนผมต้องทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดเสียก่อน

                ทุกครั้งที่การเดินทางสำรวจจบลง ผมจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคุณพ่อของผม โดยครั้งแรกที่ได้มานั้น คุณลุงฟรานซิสได้บอกว่าคุณพ่อของผมไปที่ไหนหลังจากหายไป ครั้งที่2และอื่นๆเองก็แตกต่างกันไป

                หลายครั้งที่ผมพูดกับลุงฟรานซิสว่าผมอยากเป็นนักสำรวจที่ยอดเยี่ยมแบบคุณพ่อและเดินทางสำรวจกับคุณพ่อ แต่ทุกครั้งที่พูดออกมาคุณลุงมักจะพูดแค่ว่า…

                “ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก”

                ฟังดูโหดร้าย แต่สีหน้าของคุณลุงฟรานซิสไม่ได้แสดงออกถึงความดูถูกเหยียดหยามเลยซักนิด แต่เป็นสีหน้าที่ผมไม่เข้าใจ

 

                ผมที่ใส่ชุดคนไข้เดินไปมารอบโรงพยาบาลเหมือนไม่ใช่คนไข้เลย ก็ผมไม่ได้เป็นอะไรมากมายนี่นะ แค่มีแผลตามตัวนิดๆหน่อยๆเอง ระหว่างที่เดินผมก็จดบันทึกสิ่งต่างๆที่พบเหมือนกับตอนที่ออกเดินทางสำรวจ ผมได้เจอกับคนไข้คนอื่นๆ พวกเขาดูเหมือนจะสนใจสิ่งที่ผมทำ แต่ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ผมจะมาจดบันทึกที่ไม่มีประโยชน์นี้หรอก สิ่งที่ผมต้องการจะบันทึกจริงๆคือเรื่องของคุณพ่อ

                คุณลุงฟรานซิสได้ให้ข้อมูลล่าสุดหลังจากผมกลับมาถึงเฟเซนเทียว่าคุณพ่อของผมเคยพักรักษาตัวที่นี่ระยะหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมถึงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลผมเองก็ไม่รู้ เพราะคุณลุงฟรานซิสไม่ได้บอกอะไรเลยหลังจากนั้น

                ถ้าอยากรู้ก็ต้องไปที่ห้องรวบรวมประวัติคนไข้สินะ แน่นอนว่าผมไม่รอช้าแน่นอน ผมจึงรีบตรงดิ่งไปยังห้องเก็บประวัติคนไข้ แต่คิดหรือว่าการเก็บข้อมูลนี่มันจะง่ายขนาดนี้

                “เดี๋ยวค่ะคุณ เข้าไปในห้องนี้ไม่ได้นะคะ”

                ทันใดนั้น นางพยาบาลสาวคนหนึ่งก็โผล่มาจากทางด้านหลังของผมและจับไหล่ของผมเอาไว้

                “เข้าไม่ได้เหรอครับ แย่จังเลยนะครับ”

                ผมยิ้มให้เธอไปหน่อยๆ

                “คุณไม่ควรออกมาเดินแถวนี้นะคะ กลับห้องของคุณเถอะค่ะ”

                เธอพูดกับผมอย่างสุภาพ

                “ครับ”

                ผมยิ้มให้เธอแล้วกลับหลังหันไป แล้วเดินตรงไปที่ห้องของตัวเอง

                “ดูท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” 

                ผมเขียนสิ่งที่ผมไม่ได้พูดลงในสมุดบันทึก

 

                วันต่อมา คุณลุงฟรานซิสกับตัวแทนคณะสำรวจของเขามาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล ต่อหน้าคณะเดินทางคนอื่นๆผมไม่สามารถเรียกคุณลุงฟรานซิสว่าคุณลุงได้เพราะเป็นข้อตกลงของผมกับคุณลุงฟรานซิส ดังนั้นตอนนี้ผมจึงต้องเรียกคุณลุงฟรานซิสว่าหัวหน้า

                “สวัสดีและขอบคุณหัวหน้าและทุกคนที่ให้เกียรติสละเวลามาเยี่ยมผมนะครับ”

                ผมทำการทักทายและกล่าวขอบคุณ

                “ลูกน้องเป็นอะไรไป หัวหน้าก็จำเป็นจะต้องมาดูแลอยู่แล้วนี่”

                หัวหน้ากล่าวด้วยสีหน้าขึงขังตามปกติ

                “วันพรุ่งนี้นายก็จะได้ออกจากที่นี่แล้ว ยินดีด้วยนะ”

                ตัวแทนคณะเดินทางที่เป็นเพื่อนและลูกพี่(?)ของผมกล่าวแบบยิ้มๆ

                “ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”

                “เอาล่ะ ฉันขอคุยกับทรูซซักประเดี๋ยวนะ”

                หัวหน้ากระแอมนิดๆแล้วพูดออกมาแล้วหันไปทางตัวแทนคณะเดินทาง

                “ครับ “

หลังจากนั้นเขาก็เดินออกจาห้องไป

                ความเงียบปกคลุมห้องนี้ไปซักพัก จากนั้นหัวหน้า ไม่สิ คุณลุงฟรานซิสก็เริ่มพูดบางอย่าง

                “เธอจะได้รับข้อมูลเรื่องพ่อของเธอครั้งสุดท้ายหลังจากเธอออกจากโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้”

                “ครั้งสุดท้ายเหรอครับ?”

                ผมทำหน้าฉงนเล็กน้อย

                “ใช่แล้ว เพราะเธอได้ข้อมูลที่พ่อของเธออนุญาตให้ฉันบอกเธอไปเกือบหมดแล้ว และพรุ่งนี้เธอจะได้รับข้อมูลสุดท้าย”

                คุณลุงฟรานซิสไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าไปเลยแม้แต่น้อย

                “พรุ่งนี้เธอจะได้เจอพ่อของเธอ ฉันบอกได้แค่นี้แหล่ะ”

                หลังจากนั้นคุณลุงฟรานซิสพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนและสวมเสื้อนอก

                “ผมจะได้เจอคุณพ่อเหรอครับ?”

                ผมที่นั่งอยู่บนเตียงถึงกับลงมาจากเตียงด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้ผมเหมือนกับเด็กที่กำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

                “อย่าตื่นเต้นไปซะล่ะ เพราะเธอคงไม่ชอบสภาพของพ่อเธอเท่าไรหรอก แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

                คุณลุงฟรานซิสเดินออกจากห้องไปทันทีหลังจากพูดจบ ระหว่างที่หันออกไปผมรู้สึกเหมือนเห็นคุณลุงฟรานซิสทำสีหน้าแปลกๆ ซึ่งมันคือสีหน้าที่ผมไม่เข้าใจ

                ผมยิ้มออกมาและรู้สึกตื่นเต้น รอคอยให้วันพรุ่งนี้มาถึง

                “ผมอยากเจอคุณพ่อเร็วๆจังเลย” 

                “ผมอยากให้คุณพ่ออ่านบันทึกการเดินทางของผม”

                “ผมอยากฟังเรื่องการเดินทางของคุณพ่อจากปากของคุณพ่อเอง”

                ผมเขียนสิ่งที่ผมไม่ได้พูดลงในสมุดบันทึก

 

                เมื่อวันที่ผมรอคอยมาถึง วันที่ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาล และวันที่ผมจะได้เจอคุณพ่อ มันทำให้ผมอยู่ไม่สุกเหมือนเด็กๆเลย หลังจากเก็บของและแต่งตัวเสร็จ คุณลุงฟรานซิสก็เดินเข้ามาในห้อง

                “ถ้าเสร็จแล้วก็มาขึ้นรถม้า”

                “ครับ”

                ผมตอบอย่างฉะฉานแต่ก็ยังอมยิ้มเอาไว้นิดๆ

                เมื่อผมอยู่บนรถม้ากับคุณลุงฟรานซิส ผมกับคุณลุงฟรานซิสก็ได้สนทนากันเล็กน้อย

                “เราจะไปที่ไหนกันเหรอครับ?”

                ผมถามอย่างตื่นเต้น

                “โบสถ์”

                คุณลุงฟรานซิสตอบอย่างชัดเจน

                ถึงผมจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องไปที่โบสถ์ แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป

                “มันคงไม่ใช่แบบที่เธอคิดหรอกนะโยฮัน”

                คุณลุงพูดออกมาเบาๆ แล้วผมเองก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปด้วย

                จากนั้นไม่นาน รถม้าก็หยุดลงตรงหน้าโบสถ์แห่งหนึ่ง โบสถ์นี้ค่อนเข้าเก่าพอสมควรแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสวยงาม ข้างหน้าโบสถ์ไม่มีใครยืนอยู่เลย มีเพียงแค่ผม คุณลุงฟรานซิส และรถม้าเท่านั้น ในมือผมตอนนี้ถือบันทึกเอาไว้ ตอนนี้ผมตื่นเต้นสุดๆไปเลยล่ะ แต่ก็ยังนึกถึงสิ่งที่คุณลุงฟรานซิสพูดเมื่อตอนที่ผมอยู่บนรถม้าและเริ่มรู้สึกไม่ดีเท่าไร

                “ตามมา”

                คุณลุงฟรานซิสเดินนำผมไป แต่ไม่ได้เดินเข้าไปในโบสถ์ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ถามอะไรและเดินตามไปอย่างว่าง่าย

                หลังจากนั้นสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้ามันยิ่งทำให้ผมทวีความสงสัยมากยิ่งขึ้น เพราะสถานที่ที่อยู่ตรงหน้าของผมก็คือสุสานนั่นเอง มันกว้างใหญ่จนน่าตกใจ มีสุสานของผู้คนมากมายตั้งอยู่ที่นี่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเจอสุสาน แต่ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมถึงต้องมาที่สุสาน และก็เริ่มรู้สึกไม่ดีมากขึ้น

                คุณลุงฟรานซิสหยุดเดินและหันมาหาผมและใช้มือทั้ง2ข้างวางลงบนบ่าของผมก่อนจะออกแรงบีบ

                “เป็นอะไรเหรอครับคุณลุงฟรานซิส?”

                ผมถามคุณลุงฟรานซิสด้วยความเป็นห่วง เพราะสีหน้าของคุณลุงฟรานซิสดูไม่ขึงขังเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเป็นสีหน้าของคนที่วิตกกังวลและเศร้าสลด

                “ขอโทษนะ”

                เมื่อคุณลุงพูดจบ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นป้ายหลุมศพของคนคนหนึ่ง และเพียงแค่ผมเห็นชื่อของเจ้าของหลุมศพนั้นมันก็ทำให้ผมแถบทรุด…

                หลับให้สบายเพื่อนรักของเรา คริสโตเฟอร์ เอริค ทรูซ 

                มันคือชื่อของคุณพ่อ…

“……”

                ผมเงียบไปซักพัก บันทึกที่อยู่ในมือของผมหล่นลงมาอยู่บนพื้นหญ้าโดยที่ผมไม่รู้ตัว เมื่อคุณลุงฟรานซิสปล่อยมืออกจากไหล่ผม ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆกับป้ายหลุมศพนั้นเพื่อทำให้แน่ใจว่านั้นคือชื่อของคุณพ่อจริงๆ

                ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้ง สะกดกี่ครั้ง ชื่อนั้นก็ยังเป็นชื่อของคุณพ่อ

                “แค่คนชื่อคล้ายสินะครับ?”

                ผมมองป้ายหลุมศพนี่

                “ขอโทษนะ นั่นน่ะของพ่อเธอจริงๆนั่นแหล่ะ”

                เมื่อคุณลุงฟรานซิสพูดจบก็ได้นำเอกสารบางอย่างมาให้ผมดู

                “นี่เป็นบันทึกของพ่อของเธอที่เขาบันทึกไว้ก่อนจะตาย”

                แม้จะไม่มีแรงเหลือแล้วแต่ผมก็ยังรับเอกสารเหล่านั้นมาด้วยมือที่สั่นไปมาและเริ่มอ่านมัน

 

                เป็นวันที่3แล้วที่ข้าพเจ้าพักรักษาตัวที่นี่ และดูเหมือนว่าไม่มีวี่แววว่าข้าพเจ้าจะได้กลับไปทำงานอีกครั้ง แม้การรักษาครั้งนี้จะประสบความสำเร็จก็ตาม ข้าพเจ้ารู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อยกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่หักโหมเกินไปอย่างข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเตรียมใจที่จะเผชิญกับความจริงนี้แล้ว การออกเดินทางของข้าพเจ้ากำลังจะสิ้นสุดในอีกไม่ช้า และหวังว่าหลังจากนี้ โยฮัน อเล็กซรานเดอร์ ทรูซ ลูกชายเพียงคนเดียวของข้าพเจ้าจะเดินทางออกสำรวจแทนข้าพเจ้าที่ไปต่อไม่ได้แล้ว หากเป็นเยี่ยงนั้น ขอให้พระเจ้าคุ้มครองลูกชายคนนี้ของข้าพเจ้าด้วย

 

                หลังจากอ่านจบผมก็ไม่ได้ขยับตัวเลยซักนิด แม้มือของผมจะจับเอกสารแผ่นนั้นแน่นขึ้นก็ตาม

                “นั่นเป็นบันทึกหน้าสุดท้ายที่พ่อของเธอเขียนก่อนที่เขาจะตาย”

                คุณลุงฟรานซิสทำหน้าเศร้าและพูดด้วยเสียงเบา

                ความรู้สึกนี้มันเป็นแบบนี้นี่เอง รู้สึกเหมือนถูกบางอย่างแทงเข้าที่อกอย่างรวดเร็ว แล้วร่างกายก็ไม่มีแรงและขยับไม่ได้ เมื่อความรู้สึกเหล่านั้นถาถมเข้ามามันกลับรู้สึกทรมาน

                ผมทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นหญ้าข้างหน้าหลุมศพของคุณพ่อ ผมไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลยแม้แต่อย่างเดียวก่อนที่น้ำใสๆจะไหลออกมาจากตาของผม

                “หากเธอรู้ว่าพ่อของเธอตายไปแล้ว บางทีเธออาจจะไม่อยากออกเดินทางออกสำรวจต่อไปอีกก็เป็นได้”

                คุณลุงฟรานซิสพูดออกมาอย่างแผ่วเบา

                แต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไร เพราะผมกำลังช็อกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้นผมก็ปล่อยโฮออกมาทันที

                ผมกลายเป็นเด็กน้อยที่ขี้แงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าถ้าไม่ร้องไห้ออกมาจะต้องอกแตกตายแน่ ผมไม่รู้ว่าหน้าตาผมเป็นยังไง รู้แค่ว่าตอนนี้หน้าของผมมีแต่น้ำตาไหลอาบแก้มและคอเสื้อผมก็เปียกเพราะน้ำตาที่ไหลลงมา

 

                เวลาผ่านไปได้ช่วงหนึ่งผมจึงหยุดร้องไห้แล้วนั่งกอดเข่ามองหลุมศพของคุณพ่อโดยที่มีคุณลุงฟรานซิสนั่งอยู่ข้างๆ

                “คุณลุงฟรานซิสครับ ผมน่ะไม่มีวันเลิกเป็นนักสำรวจหรอกครับ แม้ผมจะอยากออกสำรวจกับคุณพ่อก็ตาม”

                ผมพูดออกมาอย่างแผ่วเบาโดยที่สายตายังมองไปทางหลุมศพของคุณพ่อ

                “ดีแล้วล่ะโยฮัน ดีแล้ว”

                คุณลุงฟรานซิสลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน ซึ่งต่างจากตอนที่อยู่ต่อหน้าคณะสำรวจคนอื่นๆ

                “ผมจะเก่งให้ได้เหมือนคุณพ่อ ไม่สิ ต้องเก่งกว่าคุณพ่อ…”

                “เธอสัญญาไหมล่ะว่าจะเก่งกว่าคริสโตเฟอร์ให้ได้”

                คุณลุงฟรานซิสลุกขึ้นยืน ผมจึงหันไปมองหน้าคุณลุงนิดหน่อย

                “ผมสัญญา”

                “งั้นไปบอกคริสโตเฟอร์ซะสิว่าเธอจะต้องเก่งกว่าเขา”

                คุณลุงฟรานซิสยิ้มให้ผมหน่อยๆ และไม่รอช้า ผมจึงเข้าไปใกล้ๆกับหลุมศพของคุณพ่อแล้วมองด้วยสายตาที่มุ่งมั่น

                “คอยดูนะครับ ผมจะต้องเก่งกว่าคุณพ่อให้ได้ ผมสัญญาครับ”

                ผมยิ้มให้หลุมศพของคุณพ่อหน่อยๆ ก่อนที่ผมกับคุณลุงฟรานซิสจะกลับไปด้วยกัน

 

                คอยดูเถอะครับผมจะทำสัญญาให้เป็นจริง จะไม่ให้เสียชื่อคุณพ่อด้วย เพราะฉะนั้น…

“ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณพ่อ” 

ผมเขียนสิ่งที่ไม่ได้พูดลงในสมุดบันทึก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เย้จบแล้ววววววววววววววววววว
 
 
ใครอ่านจบนี่เก่งมากเลยนะคะ//ปรบมือ
 
 
 
แล้วเจอกันเอนทรี่หน้า(>WO /